บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2018

เปรี้ยว ปรี๊!!!! กระเจี๊ยบแดง

รูปภาพ
กระเจี๊ยบแดง เป็น ไม้ล้มลุก มีความสูง 1-2 เมตร เป็นพืชอายุค่อยข้างสั้น ลำต้นมีสีม่วงแดง ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ขอบใบหยักเว้าลึก ออกเรียงสลับกัน ดอกกระเจี๊ยบ มีแดง กลีบเลี้ยงจะห่อหุ้มเมล็ดข้างในเอาไว้ ดอกกระเจี๊ยบมีรสชาติ เปรี้ยว คุณค่าทางอาหารและโภชนาการ ในกระเจี๊ยบแดงนั้น มีส่วนประกอบของสารเคมี หลายชนิด เช่น Hibiscetin,Protocatechuic acid, Hibicin, organic acid, malvin, gossypetinนอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบีและสาร Anthocyanin ในกระเจี๊ยบยังสามารถเป็นส่วนผสมในการแต่งสีสรรอาหารโดยไม่เป็นอัตรายต่อผู้บริโภค สรรพคุณทางด้านสมุนไพรและการรักษา กลีบเลี้ยงของดอก กลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบหากน้ำไปต้มกับน้ำจะมีสรรพคุณ ในการขับปัสสาวะ เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยรักษาและลดระดับไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ลดความเหนียวข้นของเลือด ช่วยให้เล้นเลือดแข็งแรง วิธีการปรุงเป็นยา เริ่มจากการตัดเอาเฉพาะกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดง แล้วนำไปตากให้แห้งสนิท บดให้ละเอียด ชงกับน้ำเดือด โดยอัตราส่วน กระเจี๊ยบผง 1 ช้อนชา ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว จะได้น้ำสีแดงสด รับประทานวันล...

ตำลึง สรรพคุณไม่ไก่กา แม้เป็นผักริมรั้วธรรมดา สรรพคุณทางยาอย่างเยอะ !

รูปภาพ
ตำลึง เป็นผักริมรั้วที่หากินได้ง่าย มีให้กินตลอดทั้งปี แถมยังราคาถูก นำมาประกอบ อาหาร ก็ทำได้หลากหลายเมนู และหลายคนก็เคยกินตำลึงมาไม่รู้ตั้งเท่าไร แต่เคยทราบสรรพคุณของตำลึงกันไหมคะว่า ผักสมุนไพรตำลึง สรรพคุณเขาแพรวพราวขนาดไหน เอาเป็นว่ากระปุกดอทคอมจะพามาดูประโยชน์ของตำลึง รวมไปถึงสรรพคุณทางยาของตำลึงกันค่ะ ตำลึง ชื่อทางวิทยาศาสตร์ สรรพคุณมีอะไรบ้าง ต้นตำลึงมักจะขึ้นตามรั้วบ้าน ที่สำคัญมักจะขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูฝน แต่เห็นตำลึงบ้าน ๆ อย่างนี้ก็มีชื่อทางวิทยาศาสตร์กับเขาเหมือนกันนะคะ แถมตำลึงยังมีชื่อสามัญ และชื่อเรียกตามท้องถิ่นอีกหลายชื่อ ตามนี้เลย ตำลึง ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Coccinia grandis Voigt และยังมีชื่อสามัญของตำลึงหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Ivy gourd ด้วยนะคะ ส่วนตำลึงในชื่อบ้าน ๆ นั้นเรียกกันอย่างหลากหลาย ทั้งตำลึง สี่บาท (ภาคกลาง) ผักแคบ (ภาคเหนือ) ผักตำนิน (ภาคอีสาน), แคเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของตำลึง ตำลึงจัดเป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย มีใบเป็นใบเดี่ยว มีมือเกาะ ใบตำลึงจะแผ่เว้าเป็น 5 แฉก ขนาดใบตำลึงมีความกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร โคนใบเป็นรู...

“หอมหัวใหญ่” ยาครอบจักรวาลประจำบ้าน

รูปภาพ
“ หอมหัวใหญ่ ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หอมใหญ่” สมุนไพร ไทยของเรานั้นมีอยู่มากมายเลยค่ะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งพืชผักสมุนไพรที่หลายๆคนมองข้ามด้วยความไม่รู้คุณค่าอันมหาศาล แถมยังเขี่ยทิ้งจากจานเสมอๆ แถมคนรุ่นใหม่มักไม่รู้และไม่เห็นถึงคุณค่าของมัน ซึ่งมีการปลูกมาตั้งแต่ยุคโบราณในอียิปต์ กรีก โรมัน และจีน ปัจจุบันหอมใหญ่จัดเป็นผักสำคัญลำดับที่ 6 ของโลก หลายๆคนอาจไม่รู้ว่าหอมใหญ่นั้นไม่ใช่แค่ผักธรรมดาที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ และไม่ได้ใหญ่แต่ชื่อและขนาด แต่สรรพคุณยังยิ่งใหญ่ด้วย เพราะช่วยป้องกันและรักษาโรคสำคัญๆ ได้หลายโรค ทั้งแพทย์และนักวิชาการได้ทำการวิเคราะห์หาสาระสำคัญในหัวหอม พบว่าอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารประกอบที่จำเป็นต่อร่างกายกว่า 300 ชนิด อาทิ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน ซีลีเนียม เบตาแคโรทีน กรดโฟลิก เควอซิทินฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ เพคติน กลูโคคินิน ฯลฯ โดยแคลเซียมดังกล่าวนั้นจะสังเคราะห์เอนไซม์ที่ ที – เซลล์ (T-cells) มาใช้ในการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมและช่วยเม็ดเลือดขาวในการทำลายและย่อยสลายไวรัส ธาตุแมกนีเซียมจะช่วยทำลายเซลล์มะเร็งและ...

"ย่านาง" อาหารที่เป็นยา 🌿

รูปภาพ
ย่านาง นับว่าเป็นผักที่มี ประโยชน์ อีกชนิดหนึ่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ในการประกอบอาหารพื้นบ้านไทยหลายๆ ตำรับ ในใบย่านางมีวิตามินเอและซีสูง นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่นๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไฟเบอร์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน และไนอะซีน สำหรับสรรพคุณในทางยา ย่านางถือเป็นยาเย็น มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ โดยรากใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด สุกใส ไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ถอนพิษผิดสำแดง และแก้เบื่อเมา ส่วนใบและเถา จะใช้แก้ไข้ ลดความร้อน และแก้พิษตานซาง รากย่านางเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือ ยา 5 ราก หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ร่วมกับรากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา และรากมะเดื่อชุมพร เมื่อศึกษาถึงองค์ประกอบทางเคมี ในรากย่านางส่วนใหญ่เป็นอัลคาลอยด์ในกลุ่ม isoquinoline ในใบประกอบด้วยสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอล แคลเซียมออกซาเลท และอัลคาลอยด์กลุ่ม isoquinoline สำหรับการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของย่านาง ยังมีไม่มา...

มะลิ ไม่ได้มีดี แค่ความหอม

รูปภาพ
มะลิ เป็น ดอกไม้ ให้ความหอม ที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ หลายบ้านจึงนิยมปลูก นอกจากร้อยมาลัยกับลอยในน้ำให้มีกลิ่นหอมเพื่อทำขนมหรือเครื่องดื่มแล้ว คงไม่มีใครคิดว่ามะลิจะสามารถทำประโยชน์อะไรได้อีก แต่ความจริงแล้วมะลิกลับมีคุณค่าทางการรักษาอย่าไม่น่าเชื่อ มะลินั้นจัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณมากชนิดหนึ่ง ต้นมะลิ มีลักษณะเป็น ไม้พุ่ม แตกกิ่งก้านสาขามาก มีความสูง ไม่เกิด 2 เมตร - ใบ มีลักษณะใบเดียว ขอบเรียบ - ดอก ดอกของมะลิจะออกเป็นช่อ จำนวน 2-3 ดอก กลีบดอกมีสีขาวและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ สรรพคุณทางยาสมุนไพร - ราก รากของต้นมะลิ นำมาต้มกับน้ำ จะมีสรรพคุณ แก้อาการท้องเสีย ขับประจำเดือน แก้ปวดเคล็ดขัดยอก และรักษาหลอดลมอักเสบ - ดอก ดอกแก่ของมะลิากนำมาตากให้แห้ง แล้วบดให้ละเอียด เป็นส่วนผสมสำคัญในยาหอม มีสรรคุณ แก้หืดหอบ และบำรุงหัวใจ - ใบ ใบของดอกมะลิ มีสรรพคุณ มากมาย เช่ย แก้อาการท้องเสีย แน่นท้อง ช่วยในระบบขับถ่ายแะบำรุงสายตา นอกจานี้ถ้านำใบสดมาตำหรือขยี้ พอกที่แผลจะช่วยรักษาโรคผิวหนัง แผลเรื้อรัง แก้ฟกช้ำ สรรพคุณทางด้านสุวคนธบำบัด หรือการบำบัดด้...