5 สาเหตุที่ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด
- ออกกำลังกายแบบหักโหมเกินไป ยิ่งคุณเหนื่อยหอบมากเท่าไร ร่างกายจะหายใจไม่ทัน ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง การจะเผาผลาญไขมันได้ดีนั้น ระดับออกซิเจนในร่างกายต้องสูง ดังนั้นคุณจึงควรจะออกกำลังกายแบบช้าๆ เน้นสูดลมหายใจ ดังนั้นหากคุณเป็นคนอ้วนมาก ไม่รู้จะออกกำลังกายยังไงดี ก็สามารถเริ่มต้นง่ายๆ เช่น การรำไทเก็ก ที่ใช้การเคลื่อนไหวช้าๆ เน้นการหายใจ การเคลื่อนไหวที่ช้า แต่เกร็งกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายทำงานมากขึ้น เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น (เพราะเราหายใจลึกขึ้น หายใจช้าลง) จะทำให้กระบวนการเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้นกว่าการออกกำลังกายที่เรารู้สึกเหนื่อย หายใจไม่ทัน (เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าคุณออกกำลังกายแล้ว หอบจนรู้สึกว่าหายใจไม่ทัน แสดงว่าคุณหักโหมเกินไปซะแล้ว)
- ขาดความสม่ำเสมอ ถ้าคุณต้องการลดน้ำหนัก แน่นอนว่าหลักการง่ายๆ คือ ใช้พลังงานในแต่ละวันให้มากกว่าพลังงานที่เราได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ดังนั้นเมื่อเราออกกำลังกาย ก็เป็นการใช้พลังงานในแต่ละวัน เมื่อในแต่ละวันพลังงานที่ใช้มากกว่าพลังงานที่ได้รับ ร่างกายก็จะไปดึงเอาไขมันมาชดเชยแทน ยิ่งคุณใช้พลังงานเกินกว่าพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันได้ยาวนาน ต่อเนื่องกันอย่างสม่ำเสมอมากเท่าไร ร่างกายของคุณก็จะค่อยๆ เริ่มผอมลง สัดส่วนต่างๆ ก็จะกระชับมากยิ่งขึ้นนั้นเอง
- เลือกเวลาออกกำลังกายผิด เวลาคนจะออกกำลังกาย ส่วนมากมักจะออกกำลังกายแค่ ช่วงเช้า หรือช่วงเย็น แต่ในสมัยนี้ คนส่วนมากมักจะเลือกออกกำลังกายช่วงเย็นแทน ซึ่งมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย แต่ถ้าคุณต้องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักแล้วละก็ การออกกำลังกายในช่วงตอนเย็นจะเป็นเวลาที่ผิดมากสำหรับคนอ้วนที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนัก เหตุผลเพราะว่า หลังจากที่คุณออกกำลังกายเสร็จแล้ว (ช่วงเย็น) โดยมากในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการลดน้ำหนัก คุณจะยังหิวอยู่ ยิ่งออกกำลังกายด้วย ยิ่งหิวหนักเป็นทวีคูณ ดังนั้นคุณจะอดใจได้ยังไงเมื่อท้องคุณร้อง น้ำย่อยหลั่งจนไส้จะขาดอยู่แล้ว แต่ถ้ากลับกัน คุณเลือกที่จะออกกำลังกายในช่วงเช้าแทน แน่นอนว่าคุณยังสามารถกินอาหารเช้า หรืออาหารกลางวันทดแทนเข้าไปได้นั้นเอง
- ไม่ระวังเรื่องอาหาร คำนวนง่ายๆ ในใจก็คือ อาหาร 1 มื้อ ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ข้าวราดแกง ฯลฯ โดยเฉลี่ยอาหาร 1 จาน (ปริมาณที่คนทั่วไปทานกัน) จะให้พลังงานประมาณ 200 – 500 กิโลแคลอรี่ (ยกเว้นพวกจัดหนัก เช่น ข้าวขาหมูหนังล้วน, ข้าวมันไก่เนื้อหนัง ฯลฯ อันนี้ก็อาจจะเกิน 500 กิโลแคลอรี่ได้เช่นกัน) แปลว่า ถ้าคุณกินแค่มื้อละ 1 จาน แล้วไม่ทานอะไรเพิ่มเติม (ที่เหลือกินแต่น้ำ) แล้วออกกำลังกายเพิ่มนิดหน่อย แค่นี้ร่างกายของคุณก็จะใช้พลังงานมากกว่าพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันแล้ว ร่างกายคุณจึงต้องดึงเอาไขมันสะสมมาใช้ และนั้นก็แปลว่าคุณกำลังเริ่มจะผอมแล้วนั้นเอง
- กินน้ำน้อยเกินไป น้ำเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยากลดน้ำหนักหรือไม่อยากลดน้ำหนักก็ตาม ยังไงซะร่างกายของคุณก็ต้องได้รับน้ำเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน คนที่ลดน้ำหนักได้ช้าหลายคนอาจจะมาพลาดตกม้าตายตรงกินน้ำน้อยนี่แหละครับ บางคนทั้งวันกินน้ำไม่ถึง 500 มิลลิลิตร (ประมาณ 3 แก้ว) ด้วยซ้ำ! การกินน้ำนอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว การกินน้ำยังมีผลต่อการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะการกินน้ำจะเข้าไปช่วยเรื่องการขับถ่ายไล่ของเสียต่างๆ ภายในร่างกาย, ทดแทนน้ำที่สูญเสียไปในการออกกำลังกาย เพิ่มความสดชื่นหลังจากการออกกำลังกาย ฯลฯ ซึ่งหากวันนี้คุณยังไม่สามารถกินน้ำได้วันละ 8 แก้ว ก็ควรจะเริ่มหัดกินน้ำมากขึ้นทีละนิดทีละน้อย ไม่ต้องบ้าจี้ฝืนกินให้ได้ 8 แก้วหรือมากกว่าทันทีทันใด ทุกๆ อย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของการค่อยเป็นค่อยไปเสมอ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น