“หมื่นปีไม่แก่” เพราะกิน “ย่านาง”
ย่านาง เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของชาวอีสานที่นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหาร หลายชนิด เช่น การนำน้ำใบย่านางมาใส่ในแกงหน่อไม้ การนำยอดอ่อนของใบย่านางมาใส่ในแกงเลียง หรือจะนำมาลวกกินกับน้ำพริกก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ใบย่านางยังมีสรรพคุณทางยามากมาย ใบย่านาง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินเอ วิตามินซี โปรตีน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม มีธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงเลือด มีสารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคมะเร็ง
ใบย่านางมีฤทธิ์เย็น จึงใช้ใบย่านางในการปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลคือมีความร้อนในร่างกายมากเกินไป
อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป ซึ่งสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุล บาบัดหรือบรรเทาได้ มีดังต่อไปนี้
1. ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียว หรือไม่ค่อยมีขี้ตา
2. มีสิว ฝ้า
3. มีตุ่ม แผล ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ
4. นอนกรน ปากคอแห้ง ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย
5. ผมหงอกก่อนวัย รูขุมขน ขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง
6. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว
7. มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง มีรอยจ้าเขียว คล้ำ
8. ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกายหรือตามข้อ
9. กล้ามเนื้อเกร็งค้าง กดเจ็บ เป็นตะคริวบ่อยๆ
10. ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้ เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสียตามร่างกาย
11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย
12. ท้องผูก อุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขี้แพะ บางครั้ง มีท้องเสียแทรก
13. ปัสสาวะมีปริมาณน้อย สีเข้ม ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมากๆ จะเป็นสีน้าล้างเนื้อ หรือมีเลือดปนออกมาด้วย มักมีปัสสาวะช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 (คนที่ร่างกายปกติ สมดุล จะไม่ตื่นปัสสาวะกลางดึก)
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตำราที่ระบุถึงคุณประโยชน์ ที่มีอีกมากมายของสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้ ซึ่งบางทีนี่อาจเป็นที่มาของชื่อในทางยาที่หมอยาพื้นบ้าน ตั้งให้กับพืชชนิดนี้ว่า ต้นหมื่นปีไม่แก่ ก็เป็นได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือกินเป็นลืมป่วย เรียบเรียงโดย นิพนธ์ วีระธรรมานนท์
ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://forum.plus.in.th/index.php?topic=524.0

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น